http://www.thai-autistic.com
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

 หน้าแรก

 หลักสูตร และ ค่าใช้จ่าย

 บทความ

 รวมรูปภาพกิจกรรม

 สินค้า

 ติดต่อเรา

ปฎิทิน

« November 2019»
SMTWTFS
     12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930

สถิติ

เปิดเว็บ22/02/2012
อัพเดท31/08/2019
ผู้เข้าชม53,751
เปิดเพจ87,694
สินค้าทั้งหมด8

ศิลปะบำบัด

ศิลปะบำบัด

การบำบัดด้วยศิลปะ

     การบำบัดด้วยศิลปะ (Art Therapy) หมายถึงการใช้กิจกรรมศิลปะหรือผลงานศิลปะเพื่อวิจัยหาข้อบกพร่องของบุคคลที่กลไกการทำงานของร่างกายหย่อนสมรรถภาพ ซึ่งมีสาเหตุเนื่องมาจากความผิดปกติบางประการของกระบวนการทางจิต และเพื่อให้กิจกรรมศิลปะที่เหมาะสมช่วยในการรักษาให้มีสภาพดีขึ้น
       
       หากย้อนกลับไปดูประวัติความเป็นมาของการบำบัดด้วยศิลปะจะพบว่า การบำบัดด้วยศิลปะเป็นกระบวนการในด้านจิตวิทยาสาขาจิตบำบัด(Psychotherapy) ในแขนงศิลปะบำบัด (therapeutic aet) แขนงวิชาศิลปะบำบัดนี้เป็นแขนงวิชาใหม่ เริ่มมีตำราทางวิชาการเผยแพร่ในประเทศแถบตะวันตก เมื่อประมาณก่อนถึงคริสต์ศตวรรษที่ 20 เล็กน้อย เน้นหนักในด้านของสุขภาพจิตที่ได้ค้นคว้ากันในทศวรรษก่อน
       
       ในประเทศสหรัฐอเมริกาความสัมพันธ์ระหว่างสาขาวิชาจิตวิทยา และสาขาศิลปศึกษาเกิดขึ้นเนื่องจากบุคคลในสาขาศิลปศึกษาตระหนักถึงความสำคัญของแขนงวิชาที่ตนสามารถให้ความช่วยเหลือนอกเหนือจากบทบาทของตัวเองในสังคมที่เป็นอยู่เดิม จึงมีการเรียกร้องให้แขนงวิชาศิลปศึกษาได้มีส่วนร่วมในการช่วยสังคมด้วยจากกระแสความต้องการนี้เองจึงได้มีการผลิตบัณฑิตระดับมหาบัณฑิตในด้านศิลปะบำบัด บัณฑิตเหล่านี้ได้รับการศึกษาและฝึกหัดจากสถาบันอุดมศึกษาเจ็ดแห่งในช่วงระยะเวลา 5 ปีต่อมา ปัจจุบันมีมหาวิทยาลัยกว่า 48 แห่งที่เปิดสาขาวิชาเรียนและฝึกด้านศิลปะบำบัด โดยเป็นวิชาที่ประสานวิชาการทางด้านศิลปศึกษาเข้ากับการศึกษาพิเศษ(special education)
       
       ทฤษฎีในด้านศิลปะบำบัดที่ใช้กันแพร่หลายมีทฤษฏีของซิลเวอร์ เซ็คท์แมน อูลิน และซิงเกอร์ ทฤษฎีแต่ละทฤษฎีใช้ต่างกรณีกันไป อย่างทฤษฎีของซิลเวอร์ใช้ในการบำบัดเด็กที่หย่อนสมรรถภาพทางการพูดและการเขียนอ่านอันเนื่องมาจากปัญหาทางอารมณ์แต่มีสมรรถภาพทางการเคลื่อนไหวและการเห็นได้ดี ซิลเวอร์เน้นการบำบัดโดยให้เด็กสำรวจและแสวงหาจากกระบวนการทำงานศิลปะ เช่นในกิจกรรมวาดภาพจะเน้นรูปแบบทางศิลปะมากกว่าเนื้อหา คือเน้นที่สี รูปร่าง มากกว่าเรื่องราว และเสริมกระบวนการด้านศิลปะปฏิบัติด้วยภาษา การบำบัดนี้จะมีผลในการปรับสมดุลด้านอารมณ์ของเด็ก
       
       ส่วนทฤษฎีอื่นของซิงเกอร์ใช้บำบัดเด็กวัยรุ่นที่มีความบกพร่องด้านระบบประสาท ซึ่งมีผลต่อสมรรถภาพด้านการอ่านด้วยการเห็นและการเคลื่อนไหวซึ่งใช้บำบัดทั้งในระบบกลุ่มและระบบเดี่ยว ครูจะวางแผนการเรียนการสอนระยะยาวไว้ให้เด็กตามความต้องการและความเหมาะสมเป็นรายบุคคล กระบวนการบำบัดจะใช้กิจกรรมทางศิลปะปฏิบัติ เช่น การสร้างจิตรกรรม 3 มิติ ด้วยแถบกระดาษ เพื่อให้เด็กได้สำรวจหารูปร่างของเส้นและรูปร่างของบริเวณว่างจากงานศิลปะที่ตัวเองทำขึ้น
       

       เมื่อกลุ่มคนที่สนใจเรียนด้านการบำบัดด้วยศิลปะ จึงทำให้ศาสตร์ด้านนี้เริ่มขยายเข้าสู่โรงเรียน โดยครูผู้เชี่ยวชาญจะใช้ศิลปะแขนงต่างๆ เช่นทัศนศิลป์ ดนตรี นาฏศิลป์ และการละครเป็นเครื่องมือ ในบางกรณีจะใช้แยกเป็นเอกเทศ แต่บางกรณีก็จะใช้ร่วมกันตามขั้นตอนที่เหมาะสม อาจเริ่มด้วยดนตรีและตามด้วยขั้นตอนทัศนศิลป์ ปฏิบัติการต่างๆ นี้ทำโดยผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการศึกษาและฝึกฝนมาในแขนงนี้โดยเฉพาะ ครูศิลปะธรรมดาของแขนงวิชาศิลปะไม่สามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ อาจเกิดผลเสียมากกว่าจะเกิดผลดี
       
       ผู้เชี่ยวชาญที่มีความสามารถนั้นนอกจากจะได้รับการศึกษาและฝึกฝนมาทางด้านศิลปศึกษาพิเศษแล้ว ก็ควรจะมีความเชี่ยวชาญโดยเฉพาะในด้านใดด้านหนึ่งของเด็กพิเศษที่มีความบกพร่อง เช่นผู้ที่มีความรู้เฉพาะด้านของเด็กปัญญาอ่อนหรือเด็กพิการด้านกระดูกและกล้ามเนื้อ อย่างไรก็ตามในบางกรณีผู้เชี่ยวชาญอาจต้องขอความร่วมมือจากแพทย์ด้วยเพื่อการสนองตอบต่อความต้องการของเด็กได้อย่างแท้จริง



อย่างเช่น น้องโอม

"เด็กออทิสติกมีปัญหาด้านอารมณ์  โอมเป็นเด็กไม่นิ่ง  วีนบ่อยมาก  ก่อนหน้านี้ต้องใช้ยา  ปรับยาตลอด  คุณแม่ก็เครียดกลัวยาจะมีผลข้างเคียง  แต่เมื่อเริ่มนำศิลปะมาใช้กับลูกตั้งแต่ปี 50 โอมนิ่งขึ้น  ใจเย็น  อยู่ร่วมกับเพื่อนได้ดีขึ้น

  ตอนนี้ไม่ต้องใช้ยาเลย  ดูภายนอกแทบไม่รู้เลยว่าโอมเป็นโรคออทิสติก  การทำงานศิลปะเป็นยาทางใจ  ให้ผลเกิน  100%"  นันท์นภัส  จำนงนภรักษ์  คุณแม่น้องโอม-เด็กชายธรรมรักษ์  จำนงนภรักษ์  วัย 18 ปี เล่าด้วยน้ำเสียงมั่นใจกับการนำศิลปะมาช่วยกระตุ้นพัฒนาการของลูกชาย

     และขณะนี้น้องโอม-ธรรมรักษ์  เป็นหนึ่งในเจ้าของผลงานศิลปะที่กำลังแสดงในนิทรรศการ  "ศิลปะบำบัด  ครั้งที่   3  "   (THE    ART   EXHIBITION   &   THERAPY   III)   ที่ชมรมศิลปะบำบัดจัดแสดงผลงานของเด็กพิเศษ  ไม่ว่าจะเป็นเด็กออทิสติก  เด็กพัฒนาการล่าช้า  เด็กที่มีความบกพร่องทางด้านการเรียน   เด็กสมาธิสั้น   ซนผิดปกติ  เด็กกลุ่มดาวน์ซินโดรม  ขึ้นที่ห้องนิทรรศการแสดงภาพ  ชั้น  4  ศูนย์การค้าริเวอร์ซิตี้

     สำหรับชมรมศิลปะบำบัดก่อตั้งขึ้นเมื่อปี   2549  โดยการรวมตัวของหมอ  ครู  ศิลปิน  รวมถึงผู้สนใจนำศิลปะมากระตุ้นพัฒนาการในเด็กพิเศษ  โดยมีอาจารย์ภาณุกร  วนิชย์กุล  เป็นครูผู้สอนศิลปะ  เป้าหมายของการตั้งชมรมนั้นเพื่อให้โอกาสเด็กพิเศษผู้มีความสามารถทางศิลปะแฝงอยู่ได้เรียนรู้  พัฒนาตนเองผ่านการทำงานศิลปะ  และสามารถดูแลช่วยเหลือตัวเองให้อยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข

     อาจารย์ภาณุกร  วณิชย์กุล  ผู้นำแนวคิดศิลปะบำบัดมาใช้กับเด็กพิเศษ  กล่าวว่า  ศิลปะจะช่วยในการบำบัดความรู้สึกของเด็กพิเศษเหล่านี้ให้ดีขึ้น  ไม่รู้สึกเครียด  เพราะพวกเขาได้แสดงออกทางความคิดผ่านลายเส้นที่วาดและสามารถใช้ลายเส้นเหล่านั้นค้นหาความต้องการที่มีอยู่ในตัวโดยรวมแล้วศิลปะจะคล้ายกับจิตวิทยาที่ช่วยบำบัดเด็กๆ เพราะศิลปะไม่ได้มีความหมายแค่การวาดรูปเท่านั้น   แต่ยังหมายถึงการค้นหาศักยภาพของเด็กเพื่อเป็นสื่อบอกความต้องการ  และสร้างสุนทรียภาพให้เกิดขึ้นกับพวกเขาด้วย

     ด้านผู้ก่อตั้งชมรมศิลปะบำบัด  สิริพร  อนันตลาโภชัย  คุณแม่น้องคริต  -ชาคริต  อนันตลาโภชัย  เด็กพิเศษวัย  18  ปี  กล่าวว่า  เมื่อปี  2550  ชมรมเคยจัดแสดงงานศิลปะของเด็กพิเศษ  17  คน  มีผลงานภาพ  70  ภาพ  ร่วมกับกลุ่มศิลปินอีก  100  คน  งานประสบผลสำเร็จ  นิทรรศการนี้เป็นอีกครั้งที่เด็กพิเศษได้แสดงผลงานของเด็กพิเศษ  ขณะเดียวกันการเผยแพร่ผลงานครั้งนี้   เพื่อให้สถาบันการศึกษาต่างๆ ได้เปิดโอกาสให้เด็กพิเศษที่มีความสามารถได้เข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัย  จนจบการศึกษาระดับปริญญาตรี  ได้เรียนในสิ่งที่เขาชอบ  และถนัด  สามารถนำความรู้ไปประกอบอาชีพได้ในอนาคต  ขณะนี้ทราบว่า  มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ  ประสานมิตร  จัดตั้งสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้ที่มีความสามารถพิเศษและเด็กที่มีความต้องการพิเศษแห่งชาติขึ้น  เพื่อรับเด็กพิเศษเข้าเรียนต่อปริญญาตรี  เป็นเรื่องที่น่ายินดีมาก

     "เด็กพิเศษ   ไม่ได้เรียกว่า  "เด็กมีปัญหา"  แต่มีความยุ่งยากในการสื่อสารกับสังคม  สื่อสารกับคนอื่นๆ  พวกเขาสมาธิสั้น  กิจกรรมศิลปะบำบัดช่วยทำให้เด็กมีสมาธิมากขึ้น  เด็กมีความสุข   ได้ระบายอารมณ์ผ่านการระบายสี  เขียนรูป  ขณะเดียวกันพ่อแม่  คนรอบข้างสื่อสารกับเขาได้มากขึ้น   ดูจากภาพวาดแล้วเข้าใจว่าเขาคิดยังไง  ในเมืองไทยศิลปะบำบัดยังไม่พัฒนามากนัก  แต่ทางชมรมฯ พยายามศึกษาจากเอกสารทางวิชาการของต่างชาติ  ผลการประชุมต่างๆ เพื่อนำความรู้มาบอกพ่อแม่ผู้ปกครองที่มีเด็กพิเศษในครอบครัว"  สิริพร  กล่าว

     ผลงานศิลปะของเด็กพิเศษจากชมรมศิลปะบำบัด  มีทั้งภาพเขียนสีน้ำมัน  สีอะครีลิก  สีชอล์ก  และสีไม้  แต่ละภาพเด็กถ่ายทอดทางความคิดและความต้องการที่มีอยู่ลึกๆ ภายในจิตใจ  และสื่อออกมาแทนคำพูด  รวมถึงโดดเด่นที่แตกต่างกัน  แต่สิ่งเดียวที่มีเหมือนกัน  เชื่อคนดูงานจะรับรู้ได้ด้วยใจ  คือ  พลังในการสร้างสรรค์ผลงานที่มีชีวิตชีวาจากความสุขในการทำงานศิลปะ



ศูนย์การเรียนบ้านสานรักเพื่อเด็กพิเศษ

Tel. : 02-002-8855 , 061-269-2244

And 098-914-9825 , 094-252-2614


Email:      info@thai-autistic.com
WEBSITE www.thai-autistic.com
Facebook www.facebook.com/BanSanRak.info

view

หน้าแรก

บทความ

หลักสูตร และ ค่าใช้จ้าย

สินค้า

ติดต่อเรา

view